รปภ.เชียงใหม่ | บริษัทรปภ.เชียงใหม่ | บริษัทรักษาความปลอดภัยเชียงใหม่ | บริษัททำความสะอาดเชียงใหม่ | คลีนนิ่งเชียงใหม่ | แม่บ้านเชียงใหม่

รปภ.เชียงราย | บริษัทรปภ.เชียงราย | บริษัทรักษาความปลอดภัยเชียงราย | บริษัททำความสะอาดเชียงราย | คลีนนิ่งเชียงราย | แม่บ้านเชียงราย

รปภ.ลำปาง | บริษัทรปภ.ลำปาง | บริษัทรักษาความปลอดภัยลำปาง | บริษัททำความสะอาดลำปาง | คลีนนิ่งลำปาง | แม่บ้านฃำปาง

ขอบข่ายการให้บริการรักษาความปลอดภัย

     1.  จัดวางแผนการในการรักษาความปลอดภัย  เพื่อกำหนดมาตรฐานและเป็นแนวทางใน การวางแผนและประเมินค่าแห่งการรักษาความปลอดภัย  โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ

     2.  จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบ  ที่ผ่านการฝึกอบรมทดสอบคัดเลือกจาก
ทางบริษัทจำกัด  ไปปฏิบัติหน้าที่ให้กับท่าน  พร้อมกับจัดส่งประวัติ  และมีใบสำคัญประจำตัวเจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคน

     3.  จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายปฏิบัติการฯ  ออกตรวจสอบ  เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของพนักงานรักษาความปลอดภัย  และติดต่อประสานงานกับทางท่าน  เพื่อประเมินผลในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

     4.  จัดดำเนินการโยกย้ายสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด  เพื่อป้องกันความสนิทสนมกับพนักงานของท่าน  หรือหากพนักงานรักษาความปลอดภัยผู้นั้น  ปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะ สมหรือสร้างปัญหาให้กับทางท่าน  ทางบริษัทจะจัดการเปลี่ยนตัวพนักงานรักษาความปลอดภัยทันทีโดยบริษัทฯ  มีบริการรับแจ้งเหตุที่สำนักงานตลอดเวลา  24  ชั่วโมง

     5.  กรณีทรัพย์สินสูญหาย  หรือเสียหายเนื่องจากความประมาทเลินเล่อ  หรือการทุจริตของ
พนักงานรักษาความปลอดภัย  บริษัทฯ ยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพย์สิน  ในวงเงินประกันไม่เกิน  20,000  บาท  ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1 ครั้ง  ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงานรักษาความปลอดภัย  อย่างไรก็ดี
บริษัทจำกัด  มีมาตรการสูงในการควบคุมดูแลผลประโยชน์และทรัพย์สินไม่ให้ เกิดการสูญหาย  หรือความเสียหายขึ้น

     6.  ท่านมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ภายใน 30 วัน  หรือหากการปฏิบัติงานพนักงาน  มีข้อบกพร่อง ขาดประสิทธิภาพโดยได้กล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังบริษัทจำกัดแล้วแต่ทางบริษัทฯยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทางบริษัทฯอนุญาตให้บอกยกเลิกสัญญาได้ในทันทีเป็นที่
มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย

1.  การรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่  เพื่อกำหนดมาตรฐานและเป็นแนวทางในการวางแผนรักษาความปลอดภัย  และประเมินค่าแห่งการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่  ที่อยู่ในการวางแผนการรักษาความปลอดภัย  โดยจะพิจารณาจากผลการประมาณการ ตามหัวข้อดังต่อไปนี้
        1.1)   การจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
        1.2)   เขตรั้วและการจำกัดช่องเข้า – ออก
        1.3)   การส่งกำลังบำรุง
        1.4)   การใช้เครื่องกีดขวางปิดกั้น
        1.5)   การให้แสงสว่าง
        1.6)   การกำหนดเขตหวงห้าม
        1.7)   การควบคุมการเข้า – ออก
        1.8)   การควบคุมยานพาหนะ  และ การจราจร
        1.9)   การป้องกันอัคคีภัย
        1.10) การติดต่อสื่อสาร,  ระบบสัญญาณแจ้งภัย  และการป้องกันอัคคีภัย
        1.11) การตรวจตราเป็นประจำ  หรือการตรวจสอบตามช่วงเวลา

2.  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย  จัดขึ้นด้วยความมุ่งหมายเพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เพราะไม่ว่าจะมีเครื่องกั้นชนิดใด  แต่ถ้าไม่มีการเฝ้ารักษาแล้ว  ก็อาจมีผู้มีเล็ดลอดเข้าไปได้   เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคือ เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัย  ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เวรควบคุมการรักษาความปลอดภัยประจำวัน  และ/หรือพนักงานรักษาการณ์
             2.1  เจ้าหน้าที่เวรควบคุมการรักษาความปลอดภัยประจำวัน  มีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติของพนักงานรักษาการณ์  และหน้าที่อื่นที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วน
              2.2  พนักงานรักษาการณ์  มีหน้าที่ป้องกันรักษาบริเวณเขตหวงห้ามทั้งหมด  ตลอดจนวัสดุและสิ่งอุปกรณ์ทั้งปวง  ทำการตรวจสอบบุคคล  ยานพาหนะ  และสิ่งของต่างๆ  ที่นำเข้ามาและออกไปจากอาคารสถานที่ปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับต่างๆ  โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย  อุบัติเหตุ  และภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

3.  พื้นที่ ๆ มีการรักษาความปลอดภัย  คือ  พื้นที่ ๆ มีการกำหนดขอบเขตโดยแน่ชัดซึ่งมีข้อจำกัด  และการ   ควบคุม  การเข้า – ออกเป็นพิเศษ  มีความมุ่งหมายที่จะพิทักษ์สิ่งที่เป็นความลับ  บุคคลสำคัญ  ทรัพย์สินหรือ สิ่งของ  ของท่านให้ปลอดภัย  โดยกำหนดการรักษาความปลอดภัย  โดยกำหนดการรักษาความปลอดภัยใน    แต่ละเขตให้มีระดับแตกต่างกันโดยมีหลักปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.1)  กำหนดให้มี  “พื้นที่ควบคุม”  ซึ่งเป็นพื้นที่ ๆ อยู่ติดหรือที่อยู่โดยรอบ  “พื้นที่หวงห้าม”  เพื่อช่วยกลั่นกรองเสียชั้นหนึ่งก่อนที่จะให้เข้าถึง  “พื้นที่หวงห้าม”
3.2)  กำหนดให้มี  “พื้นที่หวงห้าม”  ซึ่งเป็นพื้นที่ ๆ มีการพิทักษ์รักษาสิ่งที่เป็นความลับ  ตลอดจนบุคคลสำคัญ  หรือทรัพย์สินที่สำคัญของท่าน  “พื้นที่หวงห้าม”  นี้อาจแยกออกเป็น  “เขตหวงห้าม”  กับ  “เขตหวงห้ามเด็ดขาด”

4.  การกำหนดจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย  จะพิจารณาดังต่อไปนี้
                4.1)  จุดอ่อนของอาคารสถานที่
                4.2)  จำนวนช่องทางเข้า – ออก
                4.3)  ลักษณะของงานและทรัพย์สิน  ที่ต้องดูแลและรับผิดชอบ
                4.4)  บริเวณเขตหวงห้าม

5.  การสื่อสาร  ในกรณีพื้นที่ ๆ มีพนักงานรักษาการณ์  ควรมีโทรศัพท์ตั้งไว้ ณ ที่อันเหมาะสมที่สุดในเส้นทาง  ของพนักงานรักษาการณ์  กำหนดประมวลโทรศัพท์เพื่อใช้พิสูจน์ระหว่างกัน  และพนักงานรักษาการณ์จะต้องรายงานตรงกำหนดเวลาเสมอ  นอกจากโทรศัพท์แล้วบริษัทฯ  มีวิธีการสื่อสารสำรองใช้ในกรณีที่โทรศัพท์ขัดข้อง  (ถ้าสถานที่มีบริเวณกว้าง)

6.  การควบคุมยานพาหนะ  และบุคคลควรจะปฏิบัติดังนี้
              6.1)  จัดเจ้าหน้าที่สำหรับตรวจสอบยานพาหนะประจำอยู่ ณ ช่องทางเข้า – ออก  ของอาคารสถานที่  และให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบุคคลและสิ่งของต่าง ๆ  ตลอดจนยานพาหนะ  และควบคุมยานพาหนะที่อนุญาตให้ผ่านเข้าไปในสถานที่  โดยให้ใช้เส้นทางตรงไปยังที่ที่อนุญาตเท่านั้น
             6.2)  ทำการบันทึกหลักฐานพยานพาหนะที่ผ่านเข้า – ออก  ตามรายละเอียดดังนี้
                                6.2.1)  วันและเวลาที่ยานพาหนะที่ผ่านเข้า – ออก  เลขทะเบียนพาหนะ
                                6.2.2)  ชื่อคนขับ  และชื่อผู้โดยสาร  และลักษณะของบุคคล  (ผู้โดยสาร)
                                6.2.3)  ลักษณะและจำนวนสิ่งของที่อยู่ในยานพาหนะที่นำเข้า – ออก
              6.3)  จัดที่จอดรถให้อยู่ห่างจากตัวอาคารที่สำคัญ  และ/หรือสิ่งของที่ติดเชื้อเพลิงได้ง่าย

7.  การควบคุมดูแล   พนักงานทุกคนที่ได้รับรองเข้าเป็นพนักงานของท่านแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำหรือพนักงานชั่วคราวก็ตาม  ทางฝ่าย-แผนกบุคคลของท่าน  จะต้องส่งหลักฐานหรือสำเนาการรับรอง  เป็นพนักงานทั้งประจำวันและชั่วคราวก็ตาม  ทางฝ่าย/แผนกบุคคลของท่าน  จะต้องส่งหลักฐานหรือสำเนาการรับรองเป็นพนักงานทั้งประจำวันและชั่วคราวไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย  เพื่อเป็นการยืนยันได้รับบุคคลเหล่านั้นเข้าทำงานในหน่วยงานของท่านแล้ว  ส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับแผนกใดแผนกหนึ่งของท่าน  เช่น ลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ  จะต้องให้แผนกที่ได้รับการติดต่อด้วยเป็นผู้รับรองในการขอรับบัตรผ่านเข้า – ออกและต้องทวงถามบัตรคืนจากผู้มาติดต่อนั้น  และควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
               7.1)  จัดให้มีบัตรผ่านสำหรับบุคคลภายใน  เพื่อใช้ในการแสดงตน  หรือหนีบคลิ๊ปที่กระเป๋าเสื้อ  การออกแบบบัตรผ่านควรให้มีลักษณะยากต่อการปลอมแปลง  และควรเปลี่ยนรูปแบบตามช่วงระยะเวลาที่เห็นสมควร  โดยบัตรนี้ควรมีรายละเอียดแสดงถึง  ชื่อ  รูปถ่าย  ส่วนสูง  น้ำหนัก ลายมือชื่อผู้ถือบัตร  ออกบัตร
วัน-เดือน-ปี  ที่บัตรหมดอายุหมายเลขบัตรในการจัดทำและจ่ายบัตรจะต้องควบคุมอย่างกวดขัน
               7.2)  จัดให้มีการบันทึกหลักฐานสำหรับบุคคลภายนอกผู้มาติดต่อ  ผู้มาประชุม  หรือมาเยี่ยมเยียน  ตลอดจนช่างก่อสร้าง  ช่างซ่อม  โดยมีรายละเอียดคือ  วันและเวลาที่ผ่านเข้า  ชื่อ  ตำบล  ที่อยู่  ชื่อสถานที่ทำงาน  ชื่อและหน่วยงานของผู้รับการเยี่ยม  เหตุผลที่มารเยี่ยม  และเวลาที่กลับออกไป  โดยจะยึดบัตรประจำตัวหรือใบขับขี่ฯไว้และออกใบแทนให้  เมื่อเสร็จภารกิจและกลับออกไป  ก็ให้นำใบแทนนั้นมาเปลี่ยนบัตรที่ยึดไว้กลับคืน
             7.3)  เมื่อมีการโยกย้าย  ลาออกหรือให้ออก  ทางฝ่าย/แผนกบุคคลของท่านจะต้องเป็นผู้เรียกเก็บบัตรคืน 
จากพนักงานงานนั้น ๆ แล้วส่งมอบให้กับหน่วยรักษาความปลอดภัยหรือแจ้งรายชื่อให้ทราบ
             7.4)  หากบัตรหายหรือหมดอายุ  พนักงานจะต้องแจ้งกับหัวหน้าของตนหรือผู้เกี่ยวข้อง  มิฉะนั้นแล้วพนักงานผู้นั้นจะมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในบริเวณได้เลย  จนกว่าจะมีผู้มารองรับรอง
              7.5)  จัดให้มีที่พักผู้มาเยี่ยมหรือผู้มาติดต่อไว้เป็นพิเศษต่างหาก  นอกจากบุคคลที่มาติดต่อธุรกิจที่มาเยี่ยมหรือผู้มาติดต่อคงให้รออยู่  ณ  บริเวณที่จอดรถ

8.  การป้องกันอัคคีภัย  บริษัทฯ จะกำหนดมาตรการป้องกันอัคคีภัย  และอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนให้มีความระมัดระวังเพื่อป้องกันอัคคีภัย  และฝึกซ้อมให้มีความชำนาญในการดับเพลิง  ดังนี้
             8.1)  ประเภทกองไฟ
               8.2)  เครื่องมือ  เครื่องใช้ในการดับเพลิง
              8.3)  การติดต่อสื่อสาร  แผนผังอาคารและบริเวณโดยรอบ
             8.4)  ที่ตั้งและหมายเลขของหน่วยดับเพลิง

9.  การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่  บริษัทฯ ได้จัดให้พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งที่มีอยู่เดิมและที่รับเข้ามาใหม่ให้ได้ทราบถึงระเบียบหน้าที่ ๆ จะต้องปฏิบัติ  ทั้งนี้รวมถึงความรู้และเทคนิคเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ อาทิเช่น  เครื่องดับเพลิง  วัตถุระเบิด  เครื่องตรวจโลหะ  อุปกรณ์สัญญาณเตือนภัยเป็นต้น  โดยได้จัดวางกำหนดฝึกอบรมไว้ดังนี้
               9.1)  ฝึกอบรมประจำสัปดาห์  โดยบริษัทฯ จะอบรมเจ้าหน้าที่และพนักงานใหม่  ที่ได้ส่งมอบให้ตามหน่วยงานเข้ารับการฝึกอบรมเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อให้คุ้มต่อกฎระเบียบ
              9.2  การฝึกอบรมประจำเดือน  โดยบริษัทฯ จะอบรมเจ้าหน้าที่และพนักงานที่มีหน่วยงานวิธี
              9.3)  การปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณใกล้เคียงกันโดยจะเสริมความรู้  รูปแบบการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
              9.4)  แผนการฝึกอบรม  บริษัทฯได้วางกำหนดหลักการฝึกอบรมเบื้องต้นไว้ดังต่อไปนี้
                                9.4.1)  ความรู้เกี่ยวกับบริษัทฯ  และระเบียบวินัยทั่วไป
                                9.4.2)  ความรู้เกี่ยวกับอัตราค่าจ้าง  เงินเดือน สวัสดิการต่าง ๆ
                                9.4.3)  ความรู้เกี่ยวกับเครื่องแบบ  บัตรประชาชน  และบัตรผ่านต่าง ๆ
                                9.4.4)  มีความรู้เกี่ยวกับงานด้านเอกสาร  การรับของ – ส่งของ
                                9.4.5)  ความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาเบื้องต้น  รวมทั้งประชาสัมพันธ์ มารยาท กิริยา วาจา
                                9.4.6)  ความรู้เกี่ยวกับการรายงานการใช้เครื่องมือวิทยุสื่อสาร และการใช้โทรศัพท์
                                             9.4.7)  ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่เฉพาะกิจ  ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง
                                9.4.8)  ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันตัวเบื้องตัว
                                9.4.9)  ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายเบื้องต้นสำหรับการจับกุม และพกพาอาวุธ การต่อสู้

10.  คุณสมบัติพนักงานรักษาความปลอดภัย
                10.1  อายุระหว่าง  21 – 50  ปี
                10.2  ความสูงไม่ต่ำกว่า  165  ซม.ขึ้นไป
                10.3  การศึกษา  ต้องจบการศึกษาหลักสูตรประถมศึกษาตอนต้นขึ้นไป
                10.4  พ้นจากการเกณฑ์ทหารแล้ว
                10.5  มีความประพฤติและประวัติดี  ไม่เคยถูกให้ออกหรือไล่ออกเพราะประพฤติชั่ว
               10.6  ไม่เคยกระทำผิดทางอาญา  และตองคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก
  10.7  ยินยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ  และส่งประวัติไปตรวจสอบ ณ กองทะเบียนประวัติ อาชญากรรม
                10.8  สายตาดี  และไม่เป็นโรคติดต่อหรือโรคที่สังคมรังเกียจ
                10.9  มีบุคลิกภาพดีเหมาะสมที่จะทำงานด้านรักษาความปลอดภัย
                10.10 ไม่มีรอยสัก  หรือรอยแผลเป็น  ลักษณะน่าเกลียดภายนอกร่มผ้า

11.  ระเบียบวินัยของพนักงานรักษาความปลอดภัย
                11.1)  ต้องมาถึงที่ทำงานเพื่อรอรับมอบหมายหน้าที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 นาที
                11.2)  ต้องสอบถามสถานการณ์อ่านบันทึกรายงานประจำวันในวันผลัดก่อนเมื่อจะเขารับมอบหน้าที่ถ้ามีข้อสงสัยใด ๆ  ต้องสอบถามให้เข้าใจพร้อมทั้งภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องจากผลัดก่อน
               11.3)  ผู้ที่จะออกจากหน้าที่จะต้องพิจารณาดูผู้ที่จะมารับหน้าที่ต่อไป  ถ้าอยู่ในลักษณะมึนเมามีกลิ่นสุราไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่  หรือมารับผลัดสายเกิน  15  นาที  จะส่งมอบหน้าที่ให้ต่อไปไม่ได้  จะต้องรีบแจ้งฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทฯ ทราบทันที  และอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป  จนกว่าฝ่ายปฏิบัติการจะส่งพนักงานมาเปลี่ยน
                11.4)  ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่จะออกจากจุดที่รับผิดชอบได้  ต่อเมื่อมีพนักงานรักษาความปลอดภัย  ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติหน้าที่มาลงชื่อรับมอบหน้าที่มาลงชื่อรับมอบหน้าที่ในสมุดบันทึกประจำวันแล้วเท่านั้น  มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดฐานละทิ้งหน้าที่
                11.5)  ต้องบันทึกรายงานประจำวันให้ถูกต้องตามความเป็นจริง  และตามเวลาที่เป็นจริง  ห้ามเขียนล่วงหน้าหรือย้อนหลัง  หากฝ่าฝืนจะถือว่าทุจริตและรายงานเท็จ
                11.6)  ห้ามพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีกลิ่นสุรา  เข้าไปในหน่วยงานเขตรับผิดชอบของบริษัทฯ  โดยเด็ดขาด  รวมทั้งห้ามเสพนำมาซึ่งเครื่องดองของเมา  ก่อนหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่
                11.7)  ห้ามสนิทสนมกับพนักงานหรือลูกจ้างของผู้ว่าจ้าง  ห้ามพูดจาหยอกล้อ  ห้ามรับของกำนัลและห้ามรับฝากสิ่งของจากพนักงานหรือลูกจ้าง  ห้ามจับกลุ่มมั่วสุมคุยกัน  ห้ามนอนเล่นในเวลาทำงานห้ามนำหนังสือที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่มาอ่าน  ห้ามฟังวิทยุดูโทรทัศน์  ห้ามใช้โทรศัพท์ที่ผู้ว่าจ้างจัดให้สำหรับใช้งานด้านรักษาความปลอดภัยในเรื่องส่วนตัว
                11.8)  ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาท  หรือสร้างความแตกแยกสามัคคีในหมู่คณะ  ห้ามเล่นการพนันห้ามนำอาวุธหรือวัตถุระเบิด  รวมทั้งของผิดกฎหมายเข้ามาในหน่วยงาน
                  11.9)  ห้ามมิให้นำบุคคลที่รู้จักเข้าไปคุยในหน่วยงาน  ถ้ามีเหตุจำเป็นที่ญาติพี่น้องจะต้องติดต่อ  ให้ไปติดต่อบริษัทฯ  โดยตรง  ห้ามเข้าไปในหน่วยงานหรือบ้านพักที่ผู้ว่าจ้างจัดให้  โดยที่ตนเองมิได้ปฏิบัติหน้าที่ประจำอยู่ในหน่วยงานนั้น  ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจอนุญาตของหน่วยงานนั้นแล้ว
               11.10)  ต้องรักษาความสะอาด  ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของป้อมรักษาการณ์  และสถานที่พักที่ผู้ว่าจ้างจัดให้พัก  และต้องปฏิบัติตามระเบียบการพักที่พักในหน่วยงานโดยเคร่งครัด  ห้ามทิ้งก้นบุหรี่ลงในที่ที่มิได้จัดไว้สำหรับดับไฟโดยเด็ดขาด
                11.11)  ต้องแสดงความเคารพต่อผู้บังคับบัญชา  ผู้บริหารฝ่ายผู้ว่าจ้าง  ซึ่งได้ระบุรายชื่อไว้ทุกครั้งที่พบเห็น  และต้องรายงานตัวทุกครั้งเมื่อผู้บังคับบัญชาไปตรวจขณะปฏิบัติหน้าที่  หรือเมื่อรับโทรศัพท์
                11.12)  ห้ามเรียกร้องขอประโยชน์สิ่งตอบแทนใด ๆ จากผู้ว่าจ้างโดยเด็ดขาด  หากผู้ว่าจ้างจะให้ประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนหรือของกำนัล  เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นที่พอใจของผู้ว่าจ้างเป็นพิเศษ  จะรับต่อเมื่อได้รายงานบริษัทฯ  ทราบ  และอนุญาตแล้วเท่านั้น
                11.13)  ต้องแต่งเครื่องแบบสะอาดเรียบร้อย  ติดเครื่องหมายและอุปกรณ์ประกอบเครื่องแบบ  ให้ถูกต้องครบถ้วนอยู่ตลอดเวลาที่เข้าปฏิบัติหน้าที่
                11.14)  ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกระฉับกระเฉงว่องไวตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา  ไม่ประมาทเลินเล่อ  ไม่ประมาทต่อสถานการณ์  ต้องสงสัยไว้ก่อนเสมอ  ต้องตรวจสอบด้วยตนเองก่อนจะเชื่อถือได้  ห้ามหลับยามโดยเด็ดขาด
                11.15)  ต้องศึกษาทำความเข้าใจระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ  ในหน่วยงานของผู้ว่าจ้าง  ให้จำขึ้นใจอยู่เสมอเมื่อมีระเบียบข้อใดได้กำหนดขึ้นมาบังคับใช้ใหม่  ต้องรีบรายงานให้บริษัทฯ  ทราบทันที  และเมื่อมีข้อข้องใจสงสัยต้องสอบถามให้เข้าใจถึงจะนำไปปฏิบัติได้  ระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ จะถือปฏิบัติได้ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งเป็นหนังสือจากบริษัทฯ ให้ปฏิบัติได้แล้วเท่านั้น
                11.16)  ต้องปิดประตู  ตั้งวางเครื่องกีดขวางทางเข้า – ออก ไว้ตลอดเวลา  และจะเปิดได้ต่อเมื่อเป็นการเปิดตามระเบียบการปฏิบัติที่ได้วางไว้เท่านั้น

                11.17)  การย้ายจุดรักษาการณ์  เปลี่ยนเวลารักษาการณ์  การถอนกำลังออกจากหน่วยงาน  จะต้องได้รับคำสั่งเป็นหนังสือจากบริษัทฯ เท่านั้น  จึงจะปฏิบัติตามได้